"สำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มธ." ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์" ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดตั้งและการแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2559
ไปเที่ยวทั้งที มาลดหย่อนภาษีกันดีกว่า


 วันนี้ขอ Update เรื่องราวการลดหย่อนภาษีสำหรับคนชอบเที่ยวกันบ้างครับ แหม่.. พูดแบบนี้หลายๆคนคิดไปถึงเสียงยามราตรี ตึง ตึก ตึก โป๊ะ กันแน่เลย แต่ไม่ใช่ครับ เพราะมันคือการท่องเที่ยวไทย ไม่ไปไม่รู้ต่างหากคร้าบ

โดยสำหรับการลดหย่อนภาษีในการท่องเที่ยวนี้ เคยมีใช้มาแล้วในปี 2553 ซึ่งมี วัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง และสำหรับกฎหมายฉบับล่าสุดได้คลอดออกมาเรียบร้อยแล้วเป็น กฎกระทรวงฉบับที่ 305)” โดยมีเนื้อหาดังนี้ครับ


กำหนดให้เงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็น ค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วย ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือที่ได้จ่ายเป็น ค่าที่พักในโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกินหนึ่งหมื่นห้าพันบาท เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวม คำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้ เฉพาะค่าบริการหรือค่าที่พักที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 


โดยเหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ ต้องการส่งเสริมและสนับสนุน การท่องเที่ยวภายในประเทศให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และให้ความช่วยเหลือ ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว นั่นเองคร้าบ ทีนี้เรามาดูทีละประเด็นกันดีกว่าครับว่า กฎหมายฉบับนี้ให้สิทธิอะไรเราบ้างงงงง


1. ผู้รับเงินคือใคร คือ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือ ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม 


2. ค่าใช้จ่ายแบบไหน ต้องเป็นการจ่าย ค่าบริการ ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือที่ได้จ่ายเป็น ค่าที่พักในโรงแรม ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมสำหรับ การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเท่านั้น นั่นแปลว่า ค่าเดินทาง เช่น น้ำมันรถ ค่าตั๋วรถทัวร์ ค่าตั๋วเครื่องบิน หมดสิทธิครับผม


3. จำนวนเงินเท่าไร ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่สูงสุดแล้วรวมกัน ไม่เกิน 15,000 บาท


4. เริ่มใช้ตั้งแต่วันไหน วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ (วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา) คือ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2557 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558  แต่ยังไงก็ตามต้องรอหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด ซึ่งจะออกมาเป็น ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ อีกทีหนึ่งครับ  ซึ่งอาจจะมีการขยายระยะเวลาย้อนหลังเพิ่มเติมสำหรับปี 2557 หรือไม่ยังไงนั้น รอติดตามตอนต่อไปครับผม


ละที่สำคัญอย่าลืม หลักฐานการรับเงิน โดยระบุชื่อของเรา (ผู้ที่ต้องการนำรายจ่ายส่วนนี้มาใช้ลดภาษี) พร้อมทั้งระบุ จำนวนเงิน วัน เดือน ปี ที่จ่ายเงินให้ชัดเจน เช่น ใบกำกับภาษี หรือ ใบเสร็จรับเงิน


สำหรับหลายๆคนกังวลว่าเอกสารจากตัวแทนรับจองโรงแรมต่างๆ เช่น Agoda, Booking.com หรือเจ้าอื่นๆ จะสามารถนำมาใช้ได้หรือไม่นั้น ถ้าหากอ้างอิงตามกฎหมายเดิมแล้ว จะพิจารณาจากเจ้าของธุรกิจที่จดทะเบียนกิจการในประเทศไทยเป็นหลักครับ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซด์กรมสรรพากรในหัวข้อ รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่ผู้มีเงินได้มีสิทธิขอหักลดหย่อนค่าเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ  และ  ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ที่ผู้มีเงินได้มีสิทธิขอหักลดหย่อนค่าเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ 



ทีนี้ลองคิดดูง่ายๆครับว่า ถ้าในปีนี้เราจ่ายค่าท่องเที่ยวไปเต็มที่ 15,000 บาท นั่นแปลว่าเราสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดตามอัตราภาษีที่เราเสีย ตั้งแต่ 750 บาท (สำหรับฐานภาษีต่ำสุด 5%) ไปจนถึง 5,250 บาท (สำหรับฐานภาษีสูงสุด 35%) กันเลยทีเดียว ได้เที่ยวแล้วยังได้ประหยัดภาษีอีกด้วย คุ้มจริงๆ ^^


Member
40 ศิษย์เก่า และ 13 บุคคลทั่วไป