"สำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มธ." ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์" ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดตั้งและการแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2559
'โนเกีย'ดาวอับแสง(แม้)ในตลาดเกิดใหม่


ความเป็นดาวจรัสแสงของโนเกียในอดีตเริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆแม้แต่ในตลาดมือถือธรรมดาในตลาดดเกิดใหม่ โนเกียก็ยังรักษายอดขายไว้ไม่ได้

ดูเหมือนว่า หลังถูกกระหน่ำจากกระแสฮิตผลิตภัณฑ์ตระกูล"ไอ "จากค่ายแอปเปิล และล่าสุด การเสียตำแหน่งแชมป์ให้กับซัมซุง ความเป็นดาวจรัสแสงของโนเกีย ที่เคยยิ่งใหญ่ ในตลาดมือถือโลก ก็ริบหรี่ลงเรื่อยๆ เพราะแม้แต่ตลาดเกิดใหม่ ที่ผู้คนนิยมมือถือธรรมดา โนเกียก็ยังไม่สามารถรักษาตลาดไว้ได้

มือถือโนเกีย ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกวางอยู่ในจุดที่เด่น สะดุดตาที่สุด ในการจัดวางสินค้า ภายในร้านขายสินค้าไอที ในมุมไบของมานิช คาตรี ปัจจุบัน ถูกแทนที่ด้วยมือถือหลายรุ่นของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ด้วยความที่ผลิตภัณฑ์ของซัมซุง ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อมากกว่า มานิช ไม่ได้รู้สึกต่อต้านสินค้าจากโนเกีย แต่จะดีต่อธุรกิจมากกว่า หากสนับสนุนมือถือจากค่ายที่กำลังได้รับความนิยมมากกว่า

นั่นเป็นการคำนวณแบบง่ายๆ ที่ร้านค้าหลายพันแห่งทั่วอินเดีย และในตลาดเกิดใหม่นำมาใช้ในขณะนี้

การถูกบดบังรัศมีของโนเกีย ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของสมาร์ทโฟนจากแอปเปิลเท่านั้น แต่บริษัทมือถือจากฟินแลนด์แห่งนี้ ยังสูญเสียฐานที่มั่นในตลาดมือถือธรรมดา ที่เป็นตัวทำกำไร ทั้งยังเป็นหลักประกันด้านการเติบโตอย่างมั่นคงตลอดหลายปีของบริษัทที่ผ่านมาด้วย โดยยอดขายมือถือธรรมดาของโนเกีย ตกลง 16% ใน 3 เดือนแรกของปีนี้ ขณะที่คู่แข่ง อย่าง แซททีอี และหัวเหว่ย กลับขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ไซเบอร์มีเดีย บริษัทวิจัยสัญชาติอินเดีย ระบุว่า ในอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดมือถือใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ด้วยปริมาณผู้ใช้กว่า 900 ล้านคน ส่วนแบ่งตลาดของโนเกีย ลดลงครึ่งหนึ่ง ในช่วงปี 2551-2554 ด้วยยอดขาย 31% จากทั้งหมด 183 ล้านเครื่อง

นักวิเคราะห์หลายคน เห็นตรงกันว่า โนเกีย ล้มเหลวในการตอบโจทย์ด้านรสนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคชนชั้นกลางที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ แถมในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งบรรดาผู้ให้บริการเครือข่ายมีกำไรน้อยไม่มีแนวโน้มจะอุดหนุนราคามือถือ อดีตเจ้าตลาดมือถือโลกอย่างโนเกีย จึงต้องสูญเสียเจ้าของร้าน อย่างคาตรี ซึ่งมีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อสินค้าไปด้วย

“สำหรับผู้แทนขายอย่างพวกเรา เจอปัญหาเยอะมากกับโนเกีย ซึ่งไม่มีแม้กระทั่งมือถือตัวโชว์ให้ลูกค้าดู ไม่มีการส่งเสริมการขายใดๆจากบริษัทเลย” คาตรี กล่าว

สถิติจากบริษัทวิจัยสแตรทเทอจี อะนาลีติคส์ พบว่า ในเดือนม.ค.-มี.ค. ยอดขายของโนเกียในอินเดียหดตัวลง 62%จากปีก่อน ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 39% เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ เหลือ 24% เมื่อปีที่แล้ว

นีล มาวสตัน นักวิเคราะห์ของบริษัทให้ความเห็นว่า ในแอฟริกาก็เช่นเดียวกัน ส่วนแบ่งตลาดของโนเกีย ลดลงจาก 62% เมื่อ 2 ปีก่อนเหลือ 51% เมื่อปีที่แล้ว แต่ยังคงนำหน้าเหล่าคู่แข่ง เนื่องจากยอดจำหน่ายที่ดีกว่าของบริษัทในทวีปนี้ แต่โนเกีย จำเป็นต้องมีมาตรการเพื่อหยุดภาวะถดถอยนี้

“เปรียบไปแล้ว โนเกียก็เหมือนแอ่งน้ำที่แห้งผาก ท่ามกลางแสงอาทิตย์อันเจิดจ้า ที่ต้องการมือถือรุ่นใหม่โดยด่วน เพื่อเติมเต็มน้ำในแอ่งดังกล่าว” มาวสตัน เปรียบเทียบได้อย่างเห็นภาพ

นักวิเคราะห์หลายคน ตั้งข้อสังเกตว่า โนเกีย อาจจะตอบสนองต่อเทคโนโลยีช้าไป โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่หลายแห่ง ซึ่งช่องโหว่ในการทำตลาดมือถือธรรมดาของโนเกีย คือ รุ่นหน้าจอสัมผัส หรือทัชสกรีน โดยเมื่อปีที่แล้ว ยอดจำหน่ายมือถือแบบทัชสกรีน อยู่ที่105 ล้านเครื่องทั่วโลก

“โนเกียปล่อยโอกาสให้ซัมซุงและบริษัทอื่นๆ ด้วยการไม่ทำตลาดมือถือแบบหน้าจอสัมผัส ซึ่งเจ้าตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติเกาหลี คิดออกตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน ” เบน วูด หัวหน้าฝ่ายวิจัยของซีซีเอส อินไซต์ ให้ความเห็น พร้อมเสริมว่า ขณะที่ราคาของสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ลดลง โอกาสของมือถือระบบวินโดวส์จากโนเกียก็เกือบปิดตาย

โนเกีย เริ่มขายสมาร์ทโฟนระบบวินโดวส์เป็นครั้งแรกในจีน ด้วยแคมเปญทางการตลาดที่ดุดัน ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่สถานีรถไฟใต้ดิน นิตยสาร และหนังสือพิมพ์

“ผมเพิ่งซื้อมือถือวินโดวส์รุ่นใหม่ของโนเกีย และไม่ค่อยคุ้นเคยกับการออกแบบที่คล้ายแผ่นกระเบื้องมากนัก แต่ก็รู้สึกคุ้นเคยขึ้นหลังลองใช้ไปแล้วครึ่งชั่วโมง ด้วยความที่มีฟังก์ชันพื้นฐานทั้งหมดที่ผมต้องการ” หวัง เสี่ยว ผู้ใช้ชาวจีน ให้ความเห็น

ส่วนอักเช โจฮาร์ นักศึกษาในนิว เดลี พูดถึงมือถือลูเมียรุนใหม่ของโนเกีย ที่เขากำลังตัดสินใจซื้อมาใช้ว่า “การมีระบบปฏิบัติการที่อิงอยู่กับวินโดวส์ไม่เร้าใจผมมากนัก แต่ลูเมียมีคุณสมบัติดีเยี่ยม ดูดี หน้าจอสัมผัสตอบสนองดี”

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเผยว่า มีผู้บริโภคประมาณ 27 ล้านคน ที่จำเป็นต้องตัดสินใจในลักษณะเดียวกับโจฮาร์ในปีนี้ และเพิ่มเป็น 55 ล้านคนในปี 2556 ส่วนในปี 2557 จะเพิ่มเป็น 94 ล้านคน ส่วนในไตรมาสแรกของปีนี้ มีเพียง 2 ล้านคนเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงความสูงชันของภูเขาแห่งความสำเร็จ ที่โนเกียต้องปีนข้ามไปให้ได้

Member
43 ศิษย์เก่า และ 13 บุคคลทั่วไป