"สำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มธ." ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์" ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดตั้งและการแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2559
เครดิตบูโร


เป็นข่าวครึกโครมเกี่ยวกับบริษัทรับติดตามหนี้ที่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ว่าจ้างนั้น เกิดไปใช้วิธีขู่ลูกค้าที่ค้างชำระค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ว่า หากไม่ชำระหนี้จะมีประวัติติด black list ในเครดิตบูโร เล่นเอาบริษัทมือถือต้องออกมาชี้แจงว่าไม่มีนโยบายให้ใช้วิธีการเช่นนั้น พร้อมทั้งยกเลิกสัญญาว่าจ้างบริษัทรับติดตามหนี้ดังกล่าวในทันที

 

ข่าวนี้ทำให้หลายๆคนเริ่มรู้สึกสนใจว่าเจ้า “เครดิตบูโร” นี้คืออะไรกันแน่ แล้วประวัติการชำระหนี้อะไรบ้างที่จะเข้าไปอยู่ในฐานข้อมูลของเครดิตบูโร

 

เครดิตบูโร มีชื่อเต็มว่า “บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด” (National Credit Bureau Company Limited) จัดตั้งขึ้นโดยธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยมารวมตัวกันเพื่อจัดเก็บข้อมูลและประวัติสินเชื่อของลูกค้าของธนาคารแต่ละแห่ง เพื่อให้มีข้อมูลกลางที่แต่ละธนาคารสามารถตรวจสอบก่อนที่จะปล่อยสินเชื่อหรืออนุมัติเครดิตแก่ลูกค้าของตน

 

เครดิตบูโร ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.. 2545 ซึ่งกำหนดให้จัดตั้งในรูปบริษัทโดยได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี และห้ามบุคคลอื่นนอกจากบริษัทข้อมูลเครดิตประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต เท่ากับว่า เครดิตบูโรในประเทศไทยจะมีเพียง บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เพียงแห่งเดียว ดังนั้นหากกล่าวถึงเครดิตบูโรในประเทศไทยย่อมต้องหมายถึง บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เท่านั้น 

 

เครดิตบูโรจะจัดเก็บข้อมูล ซึ่งได้แก่ข้อเท็จจริงของข้อมูลเครดิตในรูปสื่อชนิดต่างๆ เช่น เอกสาร แฟ้ม รายงาน การบันทึกในเครื่องคอมพิวเตอร์ และประมวลผลข้อมูลเพื่อนำมาเก็บรักษา และสืบค้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ

 

ข้อมูลที่เครดิตบูโรจัดเก็บนั้นมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่

1.             ระบบข้อมูลเครดิตบุคคลธรรมดา (Consumer Credit Report)

2.             ระบบข้อมูลเครดิตนิิติบุคคล (Commercial Credit Report)

 

ตามข้อมูลของเครดิตบูโร อธิบายข้อมูลทั้งสองประเภทนี้ไว้ดังนี้

ระบบข้อมูลเครดิตบุคคลธรรมดา เป็นรายงานซึ่งแสดงข้อมูลภาพรวมด้านสินเชื่อทุกประเภทของบุคคลธรรมดาที่มีต่อสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เช่น ธนาคาร บริษัทเงินทุน และสถาบันการเงินอื่น

 

รายงานข้อมูลเครดิตบุคคลธรรมดา (Consumer Credit Report) จะประกอบด้วยข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้ขอสินเชื่อ และคุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อ เช่น ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด เลขที่บัตรประชาชน เป็นต้น และรายละเอียดประวัติการขอ การได้รับอนุมัติสินเชื่อ และการชำระสินเชื่อประเภทต่างๆของบุคคลนั้นทุกประเภท ได้แก่ สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ เป็นต้น

 

ระบบรายงานข้อมูลเครดิตบุคคลธรรมดาของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ประมวลผลโดยใช้ซอฟแวร์จากบริษัท TransUnion ซึ่งเป็นเครดิตบูโรผู้ให้บริการระบบข้อมูลเครดิตบุคคลธรรมดาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

 

ระบบข้อมูลเครดิตนิติบุคคล เป็นรายงานซึ่งแสดงข้อมูลภาพรวมด้านสินเชื่อทุกประเภทของนิติบุคคล และบุคคลธรรมดาที่ขอสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ที่มีต่อสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เช่น ธนาคาร บริษัทเงินทุน และสถาบันการเงินอื่น

 

รายงานข้อมูลเครดิตเชิงพาณิชย์ (Commercial Credit Report) จะประกอบด้วยข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้ขอสินเชื่อ และคุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อ เช่น ชื่อ สถานที่ตั้ง เลขที่ทะเบียนการจัดตั้งนิติบุคคล หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร และรายละเอียดประวัติการขอ การได้รับอนุมัติสินเชื่อ และการชำระสินเชื่อประเภทต่างๆของนิติบุคคลนั้นทุกประเภท

 

ระบบรายงานข้อมูลเครดิตเชิงพาณิชย์ของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ประมวลผลโดยใช้ซอฟแวร์จากบริษัท Dun & Bradstreet ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลเครดิตเชิงพาณิชย์ชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

 

ปัจจุบันข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏอยู่ในเครดิตบูโรจึงไม่รวมข้อมูลการค้างชำระค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่จะมีเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อ เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อรถยนต์ เท่านั้น

 

หากใครใช้บัตรเครดิตที่ออกให้โดยธนาคารพาณิชย์ ทุกสิ้นปีธนาคารดังกล่าวจะส่งรายงานมาให้ทางไปรษณีย์ว่า ข้อมูลใดที่ธนาคารแจ้งไว้ต่อเครดิตบูโร ซึ่งนอกจากจะเป็นการให้ข้อมูลกับเราผู้เป็น “เจ้าของข้อมูล” แล้วยังให้โอกาสเราตรวจสอบว่าข้อมูลที่ธนาคารแจ้งไปยังเครดิตบูโรถูกต้องหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้องก็สามารถแจ้งธนาคารให้ตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง

 

โดยปกติรูปแบบของข้อมูลจะระบุเป็นรายเดือน โดยระบุประวัติการชำระย้อนหลัง ยอดวงเงินที่ใช้ไป จำนวนวันคงค้าง สถานะบัญชี เป็นต้น โดยกรณีมีการค้างชำระหากเดือนใดได้ชำระครบถ้วนตามจำนวนเงินและระยะเวลาที่กำหนดในเงื่อนไขแล้ว จำนวนวันคงค้างจะแสดงสัญญลักษณ์เป็นเลข 0: ไม่ค้างชำระ และสถานะบัญชีจะแสดงว่า “บัญชีปกติ”

 

ตัวอย่างรายงานข้อมูลเครดิต

---------------------------------------------------------------------

ประเภทสินเชื่อ:  บัตรเครดิต

สถาบันผู้ให้สินเชื่อ: ธนาคาร...

บัญชีนี้เป็นข้อมูลสิ้นสุดวันที่: 31-01-2011

เลขที่บัญชี: xxx-xxxxx-xxxx

วันที่เปิดบัญชี:

วันที่ชำระหนี้ล่าสุด:

วันที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้: ไม่มีข้อมูล

สถานะบัญชี:  A0-บัญชีปกติ

ประวัติการชำระ (ย้อนหลัง 18 เดือน)

ข้อมูล ณ วันที่                      ยอดวงเงินที่ใช้ไป (บาท)                   จำนวนคงค้าง (วัน)

31-01-11                               4,000                                     ไม่ค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน

31-12-10                               7,500                                     ไม่ค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน

30-11-10                               8,000                                     ไม่ค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน

31-10-10                               3,500                                     ไม่ค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน

30-09-10                               25,000                                   ค้างชำระ31-60 วัน

:                                               :                                               :

:                                               :                                               :

31-07-09                               8,900                                     ไม่ค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน

กรณีข้างบนนี้เคยมีค้างชำระแต่ปัจจุบันชำระเรียบร้อยแล้ว      

 

กรณีผิดนัดชำระหนี้หรือชำระหนี้ล่าช้า ตรงสถานะจะแสดงว่า

สถานะบัญชี:  D5-มียอดค้างชำระ

---------------------------------------------------------------------

 

อย่างไรก็ตาม เครดิตบูโรเน้นว่าใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อประโยชน์ในการให้อนุมัติสินเชื่อมากกว่าการนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามหนี้

 

ส่วนสุดท้ายที่น่ากล่าวถึงคือ เครดิตบูโรให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนงานในปัจจุบันที่จะขยายขอบเขตของข้อมูลเครดิตบูโรไว้ดังต่อไปนี้

1.             เครดิตบูโรอยู่ในระหว่างการศึกษาข้อดีข้อเสียของการจัดเก็บประวัติการชำระค่าสาธารณูปโภค ปัจจุบันมีประเทศต่างๆ 51 ประเทศใน 183 ประเทศซึ่งจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว รายงานแจ้งว่าการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในเรื่องนี้จะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติข้อมูลเครดิตก่อนจึงจะสามารถทำได้ (ประเทศเพื่อนบ้านที่มีการจัดเก็บข้อมูลนี้ได้แก่ประเทศมาเลเซีย)

2.             เครดิตบูโรยังอยู่ระหว่างการทำเครดิตสกอริ่ง (Credit Scoring) เพื่อใช้กับลูกค้ากลุ่มที่เป็นConsumer Finance ซึ่งเกี่ยวข้องกับสินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-bank)

3.             เครดิตบูโรอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติให้เพิ่ม “ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร” เป็นสมาชิก แต่ต้องเตรียมความพร้อมเรื่องระบบเทคโนโลยีและการจัดส่งข้อมูลเนื่องจากลูกค้า ธ... มีจำนวนมากและมีลักษณะเป็นสินเชื่อเกษตรซึ่งมีความแตกต่างจากสินเชื่อประเภทอื่นๆ

 

ในอนาคตคงมีเรื่องบัตรเครดิตชาวนา ผู้ประกอบการธุรกิจไมโครไฟแนนซ์หรือผู้ให้สินเชื่อขนาดย่อม และบริษัทติดตามหนี้รายใหญ่ที่แสดงความสนใจจะเข้ามาเป็นสมาชิกของเครดิตบูโร ซึ่งเครดิตบูโรต้องพิจารณาว่าจะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ใด เพราะหากนำไปใช้เพื่อติดตามหนี้ก็จะไม่สามารถทำได้

 

ติดตามหาข้อมูลเกี่ยวกับเครดิตบูโรเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ncb.co.th ครับ

วิโรจน์ เฉลิมรัตนา

วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๔

virojch@yahoo.com

Member
46 ศิษย์เก่า และ 13 บุคคลทั่วไป