"สำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มธ." ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์" ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดตั้งและการแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2559
การบัญชีต้นทุนอย่างง่าย (ตอน ๓)


โดยสรุปแล้วต้นทุนสินค้าคงเหลือของกิจการซื้อมาขายไป ประกอบด้วยต้นทุนที่จ่ายไปเพื่อให้สินค้าคงเหลือนั้นอยู่ในสถานที่และสภาพที่พร้อมขายได้ กล่าวคือประกอบด้วย ราคาซื้อ ค่าภาษีศุลกากร และค่าภาษีอื่นที่ไม่สามารถเรียกคืนจากหน่วยงานที่จัดเก็บภาษี ค่าขนส่งเข้า ค่าขนถ่าย และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการซื้อ หักด้วยรายการส่งคืน และส่วนลดรับ

 

คราวนี้จะกล่าวถึงต้นทุนสินค้าคงเหลือ ของกิจการผลิตสินค้า (หรือกิจการอุตสาหกรรม)

 

ต้นทุนของกิจการผลิตสินค้า ประกอบด้วย

?  ค่าวัตถุดิบ ได้แก่ ต้นทุนของวัตถุที่ใช้ในการผลิตสินค้า เป็นเนื้อวัตถุดิบโดยตรง เช่น แป้งซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหาร เหล็กหรือเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเครื่องใช้ต่างๆ ไม้ที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น วัตถุดิบหลักข้างต้นนี้ เรียกว่า วัตถุทางตรง (Direct Material, DM) ส่วนวัตถุทางอ้อมจะเป็นวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของสินค้าที่ผลิต ซึ่งไม่สามารถระบุได้ชัดเจนหรือโดยง่ายว่า ต้องใช้เป็นส่วนประกอบมากน้อยหรือเป็นจำนวนเท่าใด เช่น น้ำ สีผสม ด้าย ตะปู น็อต เป็นต้น ค่าวัตถุทางอ้อมนี้จะไม่ถือเป็นค่าวัตถุดิบ แต่ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการผลิต

?  ค่าแรงงานทางตรง ได้แก่ ค่าแรงงานคนงานที่ผลิตสินค้านั้นโดยตรง ค่าแรงงานที่ไม่สามารถระบุได้โดยตรงกับสินค้าที่ผลิต เช่น ค่าแรงงานพนักงานตรวจสอบคุณภาพ จะถูกจัดประเภทเป็นค่าแรงงานทางอ้อม ค่าแรงงานทางตรงนั้น นอกจากค่าแรงงานแล้ว ยังอาจรวมถึง โบนัสที่ให้แก่พนักงานเพราะการผลิตที่มีประสิทธิภาพ เงินประกันสังคม ค่าเบี้ยประกัน ค่าบำเหน็จบำนาญ อีกด้วย    

?  ค่าใช้จ่ายในการผลิต ได้แก่ ต้นทุนที่เกิดขึ้นในการผลิตที่ไม่สามารถระบุได้โดยตรงกับสินค้าที่ผลิต มีทั้งที่เป็นค่าใช้จ่ายการผลิตผันแปร และคงที่ ตัวอย่างของค่าใช้จ่ายในการผลิตผันแปร ได้แก่ ค่าวัตถุทางอ้อม ค่าแรงงานทางอ้อมที่จ่ายเป็นรายชั่วโมง (ที่ไม่สามารถระบุได้โดยตรงกับสินค้า) ค่าน้ำมันหล่อลื่นเครื่องจักร ค่าไฟฟ้าเดินเครื่องจักร ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรที่คำนวณโดยใช้วิธีผลผลิต 

ตัวอย่างของค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่ (ไม่เปลี่ยนแปลงตามปริมาณการผลิต) ได้แก่ เงินเดือนพนักงานส่วนของโรงงาน (ที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตสินค้า) ค่าเช่าโรงงาน ค่าภาษีสินทรัพย์โรงงาน ค่าเบี้ยประกันโรงงาน ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรที่คำนวณโดยวิธีอื่นที่ไม่ใช่วิธีผลผลิต เป็นต้น

 

มีข้อสังเกตเรื่องค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรจะถือเป็นค่าใช้จ่ายการผลิตผันแปรหรือคงที่ ขึ้นอยู่กับว่า วิธีการคำนวณค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรนั้นหากใช้วิธีผลผลิต จะถือเป็นค่าใช้จ่ายการผลิตผันแปรทั้งนี้ เนื่องจากคำนวณค่าเสื่อมราคาตามตัวแปรที่เกี่ยวกับการใช้งานเครื่องจักรนั้น เช่น ตามชั่วโมงการเดินเครื่องจักร ตามจำนวนผลผลิตที่ผลิตได้ เป็นต้น ค่าแรงงานทางอ้อมที่จ่ายเป็นรายชั่วโมงหากระบุได้โดยตรงกับสินค้า อาจถือเป็นค่าใช้จ่ายการผลิตผันแปร เนื่องจากเกิดขึ้นมากน้อยตามการผลิตสินค้าชนิดนั้น

 

สรุปสูตรการคำนวณต้นทุนสินค้าที่ผลิต

Cost of Manufacturing = DM + DL + OH

 

ซึ่งมาจาก Direct Material + Direct Labour + Overhead (โสหุ้ยการผลิต หรือ ค่าใช้จ่ายในการผลิต) ซึ่ง OH นั้นได้รวม IDM (Indirect Material) และ IDL (Indirect Labour) ไว้ด้วย

 

Actual Cost, Normal Cost และ Standard Cost  

ในกระบวนการคำนวณต้นทุนสินค้าที่ผลิตเพื่อขายนั้น มีทางเลือกในการเก็บรวบรวมต้นทุนอยู่ ๓ วิธี ซึ่งแต่ละกิจการอาจเลือกนำไปใช้ตามความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และวิธีการเก็บข้อมูลของกิจการ รวมทั้งระยะเวลาที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลต้นทุนสินค้า ดังต่อไปนี้

 

วิธีต้นทุนจริง (Actual Cost)

-         เป็นวิธีการเก็บข้อมูลต้นทุนโดยใช้ ค่าวัตถุทางตรงที่เบิกใช้ และค่าแรงงานทางตรงที่เกิดขึ้น บันทึกตรงเข้าในบัญชี งานระหว่างทำ

-         บันทึกค่าใช้จ่ายการผลิตที่เกิดขึ้นเข้าบัญชี ค่าใช้จ่ายการผลิต แล้วโอนค่าใช้จ่ายการผลิตที่เกิดขึ้นจริงเข้า งานระหว่างทำ ตอนสิ้นงวด

-         เป็นวิธีที่ได้ข้อมูลตรงกับค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นจริง แต่ต้องรอเก็บตัวเลขค่าใช้จ่ายการผลิตให้ครบถ้วนเมื่อสิ้นงวดบัญชี ทำให้อาจไม่ทันต่อเวลาในการใช้ข้อมูล

 

วิธีต้นทุนปกติ (Normal Cost)

-         บันทึก ค่าวัตถุทางตรงที่เบิกใช้ และค่าแรงงานทางตรงที่เกิดขึ้น เข้าในบัญชี งานระหว่างทำ

-         บันทึกค่าใช้จ่ายการผลิตที่เกิดขึ้นเข้าบัญชี ค่าใช้จ่ายการผลิต แล้วโอนค่าใช้จ่ายการผลิตเข้า งานระหว่างทำ ตอนสิ้นงวด โดยใช้ อัตราค่าใช้จ่ายการผลิตคิดเข้างาน ซึ่งเป็นอัตราที่ประมาณการขึ้นล่วงหน้า โดยอาจกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นปี และใช้อัตราค่าใช้จ่ายการผลิตคิดเข้างานนั้นในการโอนเข้าเป็นต้นทุนของงานที่ผลิตด้วยอัตรานั้นตลอดทั้งปี จนกว่าจะมีการทบทวนอัตราดังกล่าว

-         อัตราค่าใช้จ่ายการผลิตคิดเข้างาน หามาจาก ประมาณการค่าใช้จ่ายการผลิตสำหรับปี หารด้วย ประมาณการการผลิตสินค้าสำหรับปี อาจเขียนเป็นสมการง่ายๆได้ดังนี้ คือ

                อัตราค่าใช้จ่ายการผลิตคิดเข้างาน = ประมาณการค่าใช้จ่ายการผลิตสำหรับปี

                                                          ปริมาณการผลิตสำหรับปี (ตามแผนงาน)

 

วิธีต้นทุนมาตรฐาน (Standard Cost)

-         ระบบต้นทุนมาตรฐาน เป็นระบบที่มีการกำหนด ต้นทุนของสินค้าที่ผลิต ล่วงหน้า โดยถือว่าเป็นต้นทุนที่จะเกิดขึ้นภายใต้การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

-         อาจกล่าวได้ว่า ต้นทุนมาตรฐาน คือการประมาณการว่า ในการผลิตสินค้า ๑ หน่วย ต้องใช้ค่าวัตถุทางตรง เวลาในการผลิตและค่าแรง และมีค่าใช้จ่ายการผลิตคิดเข้างาน จำนวนเท่าใด

 

ข้อสังเกตของวิธีการต้นทุนทั้ง ๓ แบบ

-         วิธีต้นทุนจริง เป็นวีธีการที่ช่วยให้กิจการสะท้อนต้นทุนโดยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลการเบิกใช้วัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับข้อมูลในงบต้นทุนการผลิต แต่อาจต้องใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ล่าช้ากว่าวิธีอื่น จึงเป็นวิธีที่ไม่นิยมใช้

-         วิธีต้นทุนปกติ เป็นวิธีการที่นำมาใช้ขจัดปัญหาความล่าช้าของวิธีต้นทุนจริง โดยใช้อัตราที่ประมาณขึ้นเพื่อสะท้อน ค่าใช้จ่ายการผลิต แทนที่จะรอเก็บรวบรวมตัวเลขตามจริง ในขณะที่ข้อมูลการเบิกใช้วัตถุดิบและค่าแรงทางตรงนั้น ใช้ตามที่เกิดขึ้นจริง

-         วิธีต้นทุนมาตรฐาน เป็นวิธีที่กิจการนำมาใช้เพื่อให้สามารถกำหนดต้นทุนได้ตั้งแต่ยังไม่ได้มีการผลิต ทั้งการเบิกใช้วัตถุดิบ ค่าแรงทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต โดยประมาณขึ้นจากแผนการผลิตที่กำหนดไว้ เป็นระบบที่ช่วยให้กิจการสามารถจัดทำงบประมาณประจำปี

-         วิธีต้นทุนมาตรฐาน ช่วยในการควบคุมและประเมินผลงาน

-         วิธีต้นทุนมาตรฐาน ช่วยในการตั้งราคาขาย

-         วิธีต้นทุนมาตรฐาน ช่วยให้การจัดทำบัตรวัตถุดิบง่ายขึ้น เนื่องจากใช้ราคามาตรฐานกับวัตถุดิบชนิดเดียวกัน

-         วิธีต้นทุนมาตรฐาน ช่วยให้สามารถจัดทำงบการเงินได้เร็วโดยไม่ต้องรอต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง

-         วิธีต้นทุนมาตรฐาน เป็นวิธีที่แม้จะเป็นประโยชน์ต่อกิจการ แต่ต้องมีบุคลากรที่มีความพร้อมทั้งนี้ เนื่องจาก กิจการต้องมีระบบข้อมูลที่ทำให้สามารถตั้งราคามาตรฐานได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง และสามารถวิเคราะห์ผลแตกต่าง ระหว่าง ต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงเปรียบเทียบกับ ต้นทุนมาตรฐาน ว่าเกิดจากสาเหตุใด เช่น วิเคราะห์ว่าผลต่างที่เกิดขึ้นเป็นผลต่างที่เกิดจากประสิทธิภาพ ผลต่างที่เกิดจากกำลังการผลิต หรือผลต่างเนื่องจากงบประมาณ เป็นต้น

 

การบัญชีต้นทุนของกิจการซื้อมาขายไปและกิจการผลิตสินค้านั้น มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ เนื่องจากลักษณะของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และกิจกรรมเพื่อให้ได้สินค้ามาเพื่อขายนั้นแตกต่างกัน จึงส่งผลต่อลักษณะของต้นทุนและค่าใช้จ่ายของกิจการ ต้นทุนของกิจการผลิตสินค้าแต่ละประเภทก็มีความแตกต่างในรายละเอียดของส่วนประกอบต้นทุนทั้งสามส่วน (วัตถุทางตรง ค่าแรงทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต) รวมทั้งกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลต้นทุน ซึ่งแต่ละกิจการต้องเลือกวิธีการที่ทำให้ได้รับข้อมูลที่เที่ยงตรงและทันต่อเวลาในการนำไปใช้ตัดสินใจ

 

วิโรจน์ เฉลิมรัตนา

วันที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๓

virojch@yahoo.com

Member
46 ศิษย์เก่า และ 13 บุคคลทั่วไป