"สำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มธ." ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์" ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดตั้งและการแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2559
การบัญชีต้นทุนอย่างง่าย (ตอน ๒)


ใบคำนวณต้นทุนกิจการซื้อมาขายไป

ใบคำนวณต้นทุนหรือใบรวบรวมต้นทุน (Cost Sheet) นั้นเป็นกระดาษทำการที่รวบรวมต้นทุนสินค้าเข้าด้วยกันเพื่อให้สะท้อน ต้นทุนสินค้า ที่ครบถ้วนและเที่ยงตรง

 

ทั้งนี้ เนื่องจาก ต้นทุนสินค้า นั้น ไม่ได้มีเพียงราคาซื้อ เท่านั้น ยังประกอบด้วย ค่าขนส่ง ค่าภาษีและอากรขาเข้า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อให้ได้สินค้านั้นมาพร้อมเพื่อขาย

 

การจัดทำ Cost Sheet นั้นอยากใช้กิจการนำเข้าเป็นต้นแบบ ด้วยเหตุผลว่าหากกิจการใดไม่ได้ซื้อสินค้าโดยวิธีการนำเข้า ก็สามารถประยุกต์ใช้โดยตัดทอนข้อมูลในตาราง Cost Sheet จากกิจการนำเข้าสินค้าออกได้

 

ลำดับขั้นตอนการทำ Cost Sheet

1.               Cost Sheet แต่ละใบนั้น ประกอบด้วย ราคาซื้อ (ราคาสินค้านั้นเพียงอย่างเดียว) ค่าอากรนำเข้า ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าระวาง ค่าขนส่ง ค่าเบี้ยประกันภัย ค่าใช้จ่ายผ่านพิธีการศุลกากร ค่าออกของ เป็นต้น

2.               ให้จัดทำ Cost Sheet หนึ่งใบสำหรับการนำเข้าสินค้าแต่ละชนิดแยกจากกันกรณีที่สามารถแบ่งแยกค่าใช้จ่ายในการนำเข้าจากกันได้ชัดเจน ยกเว้นกรณีการนำเข้าสินค้าครั้งเดียวกันนั้น มีค่าใช้จ่ายในการนำเข้าบางอย่างร่วมกันอยู่ เช่น ไม่สามารถระบุค่าระวางแยกตามชนิดสินค้าได้ ก็จะใช้ Cost Sheet ใบเดียวกัน แล้วปันส่วนค่าระวางตามส่วนให้กับสินค้าแต่ละชนิด

3.               วิธีการปันส่วนนั้น ต้องพิจารณา ตัวแปร ว่า ควรใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการปันส่วน เช่น หากสินค้าแต่ละชนิดที่นำเข้ามาพร้อมกันนั้น มีคุณสมบัติทางกายภาพ เช่น น้ำหนักหรือขนาดพอๆกัน อาจใช้จำนวนหน่วยเป็นตัวปันส่วน สินค้าใดนำเข้าปริมาณมากก็ต้องรับค่าระวางไปมาก เป็นต้น ในบางครั้งสินค้าชนิดแรกนำเข้ามาด้วยจำนวนหน่วยที่น้อยกว่าสินค้าอีกชนิดแต่เป็นสินค้าที่มีน้ำหนักหรือขนาดใหญ่มาก ค่าระวางที่จะปันส่วนให้กับสินค้าชนิดที่มีน้ำหนักหรือขนาดใหญ่กว่าจึงมากกว่า แม้ว่ามีจำนวนหน่วยน้อยกว่าก็ตาม

4.               ราคาสินค้าที่นำเข้ามักเป็นเงินตราต่างประเทศ เช่น ตกลงราคากันเป็นดอลลาร์สหรัฐ กิจการจะบันทึกบัญชีเจ้าหนี้การค้า ณ วันที่นำสินค้าเข้าด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ดังกล่าว (ใช้อัตราขายของธนาคารพาณิชย์) แต่อัตราแลกเปลี่ยนที่กรมศุลกากรใช้ในการกำหนดฐานราคา เพื่อคำนวณค่าอากร และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม นั้นอาจใช้อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงที่แตกต่างออกไป  

5.               ใน Cost Sheet จะแปลงค่าราคาซื้อเป็นเงินบาทด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่นำเข้า (กิจการอาจใช้อัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารที่กิจการใช้บริการอยู่) เมื่อได้ฐานราคาเป็นเงินบาท ก็ให้นำค่าใช้จ่ายอื่นมารวมเข้ากับราคาซื้อ ได้เป็น ต้นทุนสินค้าทั้งสิ้น

6.               มีข้อสังเกตว่า ค่าภาษีอากรที่นำมารวมเป็นต้นทุนสินค้านั้น จะเป็นภาษีที่กิจการไม่สามารถผลักภาระไปยังผู้บริโภคหรือไม่สามารถขอคืนจากรัฐได้ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นภาษีที่กิจการสามารถขอคืนได้ ดังนั้น ค่าภาษีที่รวมเป็นต้นทุนนั้น จึงไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่รวมค่าอากรสินค้าขาเข้า

 

จะอธิบายให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นด้วยตัวอย่างใบคำนวณต้นทุน (ตามตาราง) โดยให้ดูตารางประกอบคำอธิบายดังต่อไปนี้

?        บรรทัดที่ 1 9 เป็นรายละเอียดของเอกสารและชนิดของสินค้า รวมทั้งหน่วยนับ เป็นกล่อง ชิ้น เป็นต้น

?        บรรทัดที่ 10 15 (สีเหลือง) เป็นราคาสินค้าที่แปลงค่าจากสกุลเงินตราต่างประเทศมาเป็นเงินบาท

?        บรรทัดที่ 16 19 เป็นราคาสินค้าตามใบขนและแปลงค่าด้วยอัตราแลกเปลี่ยนตามอัตราอ้างอิงของกรมศุลกากร เป็นฐานของราคาที่ใช้ในการคำนวณค่าภาษีอากร และภาษีมูลค่าเพิ่ม ราคาสินค้าในส่วนนี้ไม่ได้นำไปใช้ในการบันทึกบัญชี ใช้เพียงเป็นข้อมูลการคำนวณภาษีเท่านั้น (อาจตัดออกได้ถ้าไม่ต้องการรายละเอียดในส่วนนี้)

?        บรรทัดที่ 20 27 (สีฟ้าอ่อน) เป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆเพื่อให้ได้สินค้ามา ประกอบด้วย ค่าอากรสินค้าขาเข้า ค่าเก็บรักษาสินค้า ค่าระวาง ค่าขนส่ง ค่าเคลียของ ค่าใช้จ่ายผ่านพิธีการศุลกากร ค่าเบี้ยประกัน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

?        สังเกตบรรทัดที่ 25 ค่าระวางทั้งสิ้น 4,400 บาท นั้น หากไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นของสินค้าชนิดใดเท่าไร อาจปันส่วนโดยใช้จำนวนหน่วย ในที่นี้ คือ จำนวนกล่อง ทำให้สินค้าชนิดที่หนึ่ง รับค่าระวางไป 5 ใน 20 ส่วน = 4,400 x 5/20 = 1,100 บาท เช่นเดียวกับสินค้าชนิดที่สอง ในขณะที่สินค้าชนิดที่สาม รับค่าระวางไป = 4,400 x 10/20 = 2,200 บาท เป็นต้น

?        ยอดรวมค่าใช้จ่ายนำเข้าและภาษีในบรรทัดที่ 28 เกิดจากผลรวมตั้งแต่ยอดในบรรทัดที่ 20-27

?        ยอดค่าใช้จ่ายนำเข้า (ไม่รวม VAT) ในบรรทัดที่ 29 (สีชมพู) คือผลรวมของค่าใช้จ่ายนำเข้า หัก ภาษีมูลค่าเพิ่ม (บรรทัดที่ 21) จะเป็นยอดที่จะนำไปรวมกับราคาสินค้า (บรรทัดที่ 15) เพื่อคำนวณต้นทุนต่อไป

?        ราคาสินค้ารวมค่าใช้จ่าย (บรรทัดที่ 30) จะเป็นต้นทุนสินค้าทั้งหมด เมื่อนำมาหารด้วยจำนวนหน่วย (บรรทัดที่ 10) ได้เป็นราคาสินค้าต่อหน่วย (บรรทัดที่ 31) เป็น ราคาต่อหน่วย ที่จะนำไปบันทึกต้นทุนต่อไป

วิโรจน์ เฉลิมรัตนา

วันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๓

virojch@yahoo.com

ตัวอย่างใบคำนวณต้นทุน

ชื่อกิจการ

 

 

 

 

ใบคำนวณต้นทุน (Cost Sheet)

 

 

 

บรรทัดที่

เลขที่ใบสั่งซื้อ

T-00975

T-00984

T-00986

 

1

เลขที่ใบขน

1120-01150-21330

1120-01150-41830

1120-01150-41920

 

2

วันที่นำเข้า

30 มิถุนายน 2553

30 มิถุนายน 2553

30 มิถุนายน 2553

 

3

ผู้ขาย

xxxxx

xxxxx

xxxxx

 

4

สกุลเงินค่าสินค้าที่นำเข้า

USD ดอลลาร์สหรัฐ

USD ดอลลาร์สหรัฐ

USD ดอลลาร์สหรัฐ

 

5

เลขที่อินวอยส์

710-001

710-003

710-020

ยอดรวม

6

ชื่อสินค้า

ชนิดที่ 1

ชนิดที่ 2

ชนิดที่ 3

 

7

รหัสสินค้า

PD0001

PD0002

PD0003

 

8

หน่วย

กล่อง

กล่อง

กล่อง

 

9

จำนวน/ปริมาณ

5

5

10

20 

10

ราคาต่อหน่วย (สกุลต่างประเทศ)

                     200.00

                   100.000

                       50.00

 

11

ราคาสินค้า (สกุลต่างประเทศ)

                  1,000.00

                     500.00

                     500.00

      2,000.00

12

อัตราแลกเปลี่ยน

                   32.5000

                   32.5000

                   32.5000

          32.5000

13

ราคาต่อหน่วย (บาท)

                  6,500.00

                  3,250.00

                 1,625.00

 

14

ราคาสินค้า (บาท)

                32,500.00

                16,250.00

                16,250.00

       65,000.00

15

ราคาสินค้า (สกุลต่างประเทศ)

                  1,000.00

                    500.00

                     500.00

         2,000.00

16

อัตราแลกเปลี่ยนตามใบขน

                       32.45

                       32.45

                       32.45

 

17

ราคาสินค้าตามใบขน

                32,450.00

                16,225.00

                16,225.00

       64,900.00

18

Import Duty %

5%

2%

0%

 

19

ค่าอากรสินค้าขาเข้า

                  1,622.50

                     324.50

                              -  

         1,947.00

20

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

                  2,271.50

                  1,135.75

                  1,135.75

         4,543.00

21

Storage Charge (ค่าเก็บรักษา)

                       50.00

                       50.00

                       50.00

            150.00

22

Freight charge  (ค่าระวาง)

                  1,100.00

                  1,100.00

                  2,200.00

         4,400.00

25

Transportation (ค่าขนส่ง)

                     100.00

                     100.00

                     100.00

            300.00

23

Clearance Charge (ค่าออกของ)

                     200.00

                     100.00

                     100.00

            400.00

24

Customs Formality charge (ค่าใช้จ่ายผ่านพิธีการศุลกากร)

                     100.00

                       50.00

                       50.00

             200.00

26

Insurance / Other Charges

                            -  

                             -  

                              -  

                      -  

27

รวมค่าใช้จ่ายนำเข้าและภาษี

                  5,444.00

                  2,860.25

                  3,635.75

       11,940.00

28

ค่าใช้จ่ายนำเข้า (ไม่รวม VAT)

                  3,172.50

                  1,724.50

                  2,500.00

         7,397.00

29

ราคาสินค้ารวมค่าใช้จ่าย

                35,672.50

                17,974.50

                18,750.00

       72,397.00

30

ราคาสินค้าต่อหน่วย

                  7,134.50

                  3,594.90

                  1,875.00

 

31

Member
46 ศิษย์เก่า และ 13 บุคคลทั่วไป