"สำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มธ." ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์" ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดตั้งและการแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2559
การอ่านงบการเงินแบบแกะรอย (ตอนจบ)


 ดูผลการดำเนินงาน

18.   ดูงบกำไรขาดทุน เพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา และเปรียบเทียบกับปีก่อน ซึ่งงบการเงินจะวางตัวเลขเปรียบเทียบไว้ 2 ปี เสมอ (ยกเว้นงบการเงินปีแรก) ดูไล่ตั้งแต่ยอดขาย รายได้อื่น ต้นทุนขาย ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร กำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ ต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้นิติบุคคล และที่สำคัญที่สุดคือ กำไรสุทธิ (หรือขาดทุนสุทธิ)

 

19.   เมื่อเห็นภาพรวมในงบกำไรขาดทุนแล้ว ให้คำนวณหาอัตรากำไรขั้นต้นของตัวเลขทั้ง 2 ปี โดยใช้สูตร

                (รายได้จากการขาย ต้นทุนขาย) / รายได้จากการขาย = อัตรากำไรขั้นต้น เป็นร้อยละ (%)

เราอาจทราบอัตรากำไรขั้นต้นของกิจการประเภทต่างๆ เช่น อัตรากำไรขั้นต้นของกิจการขายสินค้าโดยเฉลี่ยไม่น่าจะต่ำกว่าร้อยละ 30 เป็นต้น กำไรขั้นต้นนี้เป็นส่วนที่เป็นผลต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุนขาย และกำไรส่วนนี้ควรจะเพียงพอที่จะรองรับ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการขาย และค่าใช้จ่ายในการบริหาร ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ของกิจการเป็นอย่างน้อย ไม่เช่นนั้น กิจการจะมีผลการดำเนินงาน ติดลบ หรือมีผลขาดทุนสุทธินั่นเอง

 

20.   เปรียบเทียบสัดส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ซึ่งแต่ละกิจการอาจมีสัดส่วนดังกล่าวมากน้อยแตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่แล้วกิจการน่าจะมีค่าใช้จ่ายในการขายน้อยกว่าค่าใช้จ่ายในการบริหาร (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายประจำเกี่ยวกับการดำเนินงาน) นอกจากบางกิจการที่โครงสร้างค่าใช้จ่ายมีน้ำหนักเน้นไปในส่วนของการขาย เช่น บริษัทที่มีขนาดเล็กจำนวนคนน้อยๆ และมีค่าใช้จ่ายประจำไม่มาก เนื่องจากมีสำนักงานหรือออฟฟิศที่มีพื้นที่น้อย

 

21.   จากงบกำไรขาดทุนให้ข้ามไปหาหมายเหตุประกอบงบการเงิน เรื่อง ค่าใช้จ่ายตามลักษณะ ค่าใช้จ่ายตามลักษณะนี้จะเป็นค่าใช้จ่ายหลักของกิจการซึ่งขึ้นอยู่กับว่า กิจการนั้นใช้ทรัพยากรอะไรในการดำเนินกิจการเป็นหลัก ปกติแล้ว ค่าใช้จ่ายหลักของกิจการโดยทั่วไปมักได้แก่ เงินเดือนและผลประโยชน์พนักงาน ค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ ค่าเช่าอาคาร หรือหากเป็นกิจการผลิตหรือขายสินค้าแล้ว รายการซื้อวัตถุดิบ ค่าระวาง ค่าขนส่ง ก็อาจจะเป็นค่าใช้จ่ายหลักของกิจการนั้น เป็นต้น

22.   การดูค่าใช้จ่ายตามลักษณะจะทำให้เราประมาณการกระแสเงินสดของกิจการนั้นในภาพรวมได้ง่ายขึ้น การดูค่าใช้จ่ายตามลักษณะจะช่วยให้เรามองเห็นภาพว่า ภาระค่าใช้จ่ายของกิจการนั้นมีอะไรบ้าง เช่น ในหนึ่งปี กิจการนั้นจะต้องจ่ายค่าเช่าอาคารเป็นจำนวนเงิน 2.4 ล้านบาท (แปลว่ามีภาระค่าเช่ารายเดือน 240,000 บาท) กิจการมีค่าใช้จ่ายเรื่องเงินเดือนและผลประโยชน์พนักงาน 9.6 ล้านบาทต่อปี (เฉลี่ยเงินเดือนค่าจ้างต่อเดือนเท่ากับ 800,000 บาท) ค่าเสื่อมราคา 1.2 ล้านบาท (ค่าเสื่อมราคาตกเดือนละ 100,000 บาท) ด้วยการวิเคราะห์ในลักษณะเช่นนี้ เราจะทราบได้ทันทีว่ากิจการนี้ควรมียอดขายไม่ต่ำกว่าเท่าใด (ต่อปี ต่อเดือน)  จึงจะสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

 

ดูสินทรัพย์และหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานหลักของกิจการ

23.   หากในงบกำไรขาดทุนไม่พบอะไรสะดุดตา ก็ให้ข้ามกลับมาที่งบดุล โดยให้ดูสินทรัพย์ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานหลักของกิจการ ถ้าเป็นกิจการผลิตเพื่อขาย หรือซื้อมาขายไป สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานหลัก จะได้แก่ ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ เครื่องจักรอุปกรณ์ในการผลิต ด้านหนี้สินได้แก่ เจ้าหนี้การค้า (ค่าซื้อวัตถุดิบ หรือสินค้าคงเหลือ) เงินมัดจำรับจากลูกค้า เป็นต้น

24.   ดูหมายเหตุประกอบงบการเงินสำหรับบัญชีลูกหนี้การค้า บางกรณีกิจการอาจแยกจำนวนลูกหนี้การค้าตามอายุไว้ ก็จะทำให้เราเห็นภาพว่า ลูกหนี้การค้าของกิจการเป็นลูกหนี้การค้าที่คงค้างนานแล้วหรือไม่ ถ้าคงค้างนานเป็นจำนวนมาก จะมีโอกาสเก็บเงินได้หรือไม่ เราอาจพบว่า กิจการได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีรายได้จากการขายบางส่วนที่กิจการอาจเก็บเงินไม่ได้ ก็จะทำให้เกิดผลขาดทุนที่ต้องรับรู้ไว้ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อผลกำไรของกิจการ

25.   ดูว่าสินค้าคงเหลือประกอบด้วยวัตถุดิบ สินค้าสำเร็จรูป และงานระหว่างทำ ในสัดส่วนเท่าใดบ้าง บางกิจการมีวัตถุดิบมากในขณะที่มีสินค้าสำเร็จรูปน้อย ย่อมแสดงว่ากิจการสามารถระบายสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้วออกไปขายได้เร็ว ก็จะส่งผลดีต่อกิจการ มากกว่ากิจการที่มีสินค้าสำเร็จรูปจมอยู่จำนวนมาก และมีความเสี่ยงที่จะเกิดสินค้าที่หมดอายุ ด้อยคุณภาพ และต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินค้าในอนาคต

26.   ดูหมายเหตุประกอบงบการเงินในส่วนของนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับเกณฑ์ในการตั้ง ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ การคำนวณราคาสินค้าคงเหลือใช้วิธีการใด เช่น วิธีเข้าก่อน-ออกก่อน หรือวิธีถัวเฉลี่ย หรือวิธีต้นทุนมาตรฐาน จำนวนที่กิจการตั้งค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าสินค้า เป็นต้น

27.   เมื่อได้แกะรอยงบการเงินมาจนถึงจุดนี้แล้ว เชื่อได้ว่า คุณคงมองเห็นภาพของกิจการนั้นๆได้ชัดเจนและครอบคลุมประเด็นสำคัญพอสมควรแล้ว ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่กรณีว่า ในงบการเงินมีรายการอะไรน่าสนใจ หรือแปลกไปกว่าที่เคยพบโดยทั่วไปหรือไม่ ก็ให้ตามไปดูว่าเป็นรายการที่เกี่ยวกับกิจกรรมหรือรายการค้าอะไร

อ่านงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น

28.   จุดสำคัญของงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น ได้แก่ การเพิ่มทุน ลดทุน การจ่ายเงินปันผล การตีราคาสินทรัพย์เพิ่ม (ซึ่งจะทำให้เกิด ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์เพิ่ม ที่นำมาบันทึกไว้ในส่วนของผู้ถือหุ้น) ส่วนเกินมูลค่าหุ้น (ซึ่งเกิดจากการออกหุ้นในราคาสูงกว่ามูลค่าที่ตราไว้ หรือราคา Par) การกันสำรองตามกฎหมายเมื่อมีการจ่ายเงินปันผล เป็นต้น

อ่านงบกระแสเงินสด

29.   งบกระแสเงินสดจะช่วยให้เรามองเห็นกระแสเงินสดที่ไหลเวียนในกิจการในรอบบัญชีหนึ่งๆในภาพรวม โดยงบกระแสเงินสดจะแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน กระแสเงินสดจากการลงทุน และกระแสเงินสดจากการจัดหาทุน การอ่านงบกระแสเงินสดให้ใช้วิธีไล่ว่า เงินสดรับที่เกิดจากการดำเนินงานเป็นบวกหรือไม่ เท่าใด ในปีนั้นมีการจัดหาเงินมาจากแหล่งใด และในปีนั้นมีการนำเงินที่ได้จากกระแสเงินสดจากการดำเนินกิจการหรือจากการจัดหาเงินไปใช้ลงทุนในเรื่องใด หรือนำไปใช้หนี้เดิม

กวาดตาดูงบการเงินตั้งแต่ต้นจนจบ

30.   ให้กวาดตาดูงบการเงิน ไล่ตั้งแต่ต้นจนจบอีกรอบหนึ่ง เริ่มตั้งแต่ รายงานของผู้สอบบัญชี งบดุล งบกำไรขาดทุน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น งบกระแสเงินสด และหมายเหตุประกอบงบการเงินทุกข้อ เราอาจพบว่ากิจการมีหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น คดีฟ้องร้อง เหตุการณ์ภายหลังวันที่ในงบการเงิน และภาระผูกพัน ซึ่งหัวข้อเหล่านี้มักเป็นรายการนอกงบดุลที่กิจการอาจจะยังไม่ได้รับรู้ไว้ในงบการเงิน ณ วันที่สิ้นงวดนั้นๆก็ได้

อ่านรายงานประจำปีประกอบงบการเงิน

31.   รายงานประจำปีมักเป็นส่วนที่ให้ข้อมูลต่างๆ นอกเหนือจากข้อมูลทางการเงิน กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ งบการเงินจะเป็นข้อมูลทางการเงินที่ถือเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งในรายงานประจำปี ในรายงานประจำปีจะมีข้อมูลสำคัญอื่นๆ เช่น ภาพรวมกิจการ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อกิจการ แผนงาน นโยบายในด้านต่างๆของกิจการ ประวัติคณะกรรมการ ประวัติผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นใหญ่ นโยบายและกิจกรรมด้านสังคมต่างๆของกิจการ กราฟแสดงราคาหุ้นของกิจการ ในรายงานประจำปีมักมีการสรุปตัวเลขสำคัญย้อนหลังมากกว่าในงบการเงิน เช่น ตัวเลขกำไรสุทธิย้อนหลัง 5 รอบบัญชี เป็นต้น  

การอ่านงบการเงินแบบแกะรอยนี้ หากจะให้ผลดี ผู้อ่านงบการเงินต้องมีความเข้าใจในโครงสร้างของงบการเงินพอสมควร อย่างไรก็ตาม งบการเงินเองก็มีคำอธิบายบัญชีต่างๆอยู่พอสมควร การไม่ดูเพียงตัวเลข แต่อ่านหมายเหตุประกอบงบการเงินประกอบ จะช่วยให้คนที่ไม่คุ้นเคยกับบัญชีเกิดความเข้าใจความหมายของงบการเงินมากยิ่งขึ้น และจะพบว่า การอ่านงบการเงินไม่ใช่เรื่องที่ยากอย่างที่เคยรู้สึก

 

วิโรจน์ เฉลิมรัตนา

วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๓

virojch@yahoo.com

Member
46 ศิษย์เก่า และ 13 บุคคลทั่วไป