"สำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มธ." ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์" ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดตั้งและการแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2559
ตลาดเพชรฟื้น ดิลาวีวางแผนรุก อัดแคมเปญพ่วงเปิดแบรนด์ใหม่ "เจ.ซี มัวร์"


ตลาดเพชรฟื้นตามเศรษฐกิจโลก เพชรดิลาวีวางแผนยาวหวังเพิ่มยอดทั้งปี 40% เผยอารมณ์นักช็อปกลับมาหลังการเมืองนิ่ง จัดแคมเปญหวังโกยยอดสองเทศกาลซื้อเพชร ก่อนคลอดแบรนด์ใหม่กลางปี

 

นางสาวจิรนีย์  สุรเศรษฐ กรรมการผู้จัดการบริษัทดิลาวี เจ้าของเครื่องประดับเพชรชื่อดังดิลาวี เปิดเผยว่าสภาพตลาดเครื่องประดับเพชรในขณะนี้เริ่มกระเตื้องจากสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นตั้งแต่สองเดือนสุดท้ายของปี 2552 โดยดิลาวีมียอดขายเพิ่มขึ้นถึงกว่า 30% ทำให้ยังคงความเติบโตตลอดทั้งปีได้ที่ระดับ 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งที่ในครึ่งปีแรกตลาดโดยรวมซบเซามาก แต่การที่บริษัทได้พยายามออกคอลเล็กชั่นใหม่ถี่ขึ้น มีการโหมโปรโมชั่นในไตรมาสสุดท้ายร่วมกับสื่อที่เจาะตรงเข้ากลุ่มเป้าหมาย ทำให้บริษัทบรรลุยอดขายเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้

 

สำหรับในปี 2553 ดิลาวีมีแผนที่จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น โดยกำหนดงบประมาณเพิ่มจากปีที่แล้ว 50% ซึ่งจะครอบคลุมเทศกาลจำหน่ายที่สำคัญคือวาเลนไทน์และตรุษจีน โดยปีนี้ทั้งสองวันเป็นวันเดียวกัน บริษัทจึงได้จัดแคมเปญ "ดับเบิ้ลเลิฟ ดับเบิ้ลลักค์" ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ โดยลดราคาสินค้าทุกชิ้น 30% และลูกค้าทุกรายมีสิทธิลุ้นโชคส่วนลดเพิ่มตั้งแต่ 1,000 -20,000 บาท พร้อมรับของขวัญสมนาคุณพิเศษสำหรับคู่รักที่มาเลือกซื้อเพชรเป็นคู่ด้วย นอกจากนั้นจะมีการจัดกิจกรรมซีเอสอาร์ หักรายได้ส่วนหนึ่งจากสินค้าทุกชิ้นที่จำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์มอบให้องค์กรสาธารณกุศลตามแคมเปญ"แชริ่งเลิฟ บายดิลาวี" อีกด้วย

 

นางสาวจิรนีย์ เปิดเผยด้วยว่าในไตรมาสที่สอง บริษัทจะเปิดตัวเครื่องประดับเพชรแบรนด์ใหม่ "เจ.ซีมัวร์" ซึ่งมุ่งจับกลุ่มลูกค้าอายุ  25-45 ปี ที่ต้องการเครื่องประดับเพชรที่โฉบเฉี่ยวและมีลูกเล่นมากขึ้นในสไตล์มิกซ์แอนด์แมทช์กับแฟชั่นได้ทุกโอกาส เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าใช้เครื่องประดับเพชรกับชีวิตประจำวันบ่อยขึ้นไม่ต้องรอการออกงานหรือโอกาสพิเศษ โดยการดีไซน์จะติดตามเทรนด์เครื่องประดับในแต่ละฤดูกาลของเมืองแฟชั่นสำคัญๆ ของโลก และเน้นการออกคอลเล็กชั่นใหม่ให้ถี่ขึ้น ปีละ 4-5 คอลเล็กชั่น สำหรับจุดจำหน่ายยังคงแนวคิด"ลักชัวรี่ คอนเนอร์"ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำเหมือนแบรนด์ดิลาวี แต่สำหรับ เจ.ซี มัวร์จะมีพื้นที่ขายใหญ่กว่าที่ประมาณ 40-50 ตารางเมตร เพราะต้องการให้เป็นมุมขายแบบไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้าสามารถมานั่งชมสินค้าพร้อมๆ กับดื่มน้ำชาในสไตล์อังกฤษหรือมุม "High Tea@ J.C Moore" ซึ่งจะตกแต่งในแนวใกล้ชิดธรรมชาติเพื่อบริการลูกค้าเป็นพิเศษอีกด้วย  ถือเป็นคอนเซ็ปใหม่ของร้านจิเวลรีในห้างสรรพสินค้าที่ยังไม่เคยมีมาก่อน

 

"เราอยากให้ลูกค้าซื้อของด้วยความสบายใจ ค่อยๆ เลือกในอารมณ์ผ่อนคลายสบายๆ เลยเพิ่มมุม high tea ขึ้นมา เรียกว่าเป็นแห่งแรกของเมืองไทยที่ลูกค้าจะนั่งชมเพชร ชิมชาแบบเพลินๆ คิดว่าการเปิดตัวเจ.ซี มัวร์จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในปีนี้ไม่น้อยกว่า 40% การที่เศรษฐกิจดีขึ้นก็เชื่อว่าจะมีแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาในตลาด

 

เพิ่มอีกในปีนี้ แต่บริษัทเราเน้นการใช้เพชรคุณภาพและมีการออกแบบในสไตล์ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงมีแคมเปญส่งเสริมการขายกับลูกค้าสม่ำเสมอ เชื่อว่าจะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้แน่นอน" นางสาวจิรนีย์ กล่าวในที่สุด
Member
64 ศิษย์เก่า และ 20 บุคคลทั่วไป