"สำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มธ." ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์" ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดตั้งและการแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2559
ธรรมเทศนาของหลวงปู่สิม (3)
กิเลสมันอยู่ที่ไหน มันอยู่ในตัว มันอยู่ในกาย มันอยู่ในจิต
มันอยู่ลึกกว่าสติปัญญาปุถุชน
คนขี้เกียจภาวนามันมองไม่เห็น
เมื่อมองไม่เห็น รู้ไม่ได้ มันก็ละไม่ลง
เมื่อละไม่ลงมันก็เข้ามาเหยียบย่ำกายวาจาจิตของบุคคลผู้นั้น
ผู้นั้นจะสร้างบุญสร้างกุศลอันใด
กิเลสความโกรธ กิเลสความโลภความหลง มันก็ขัดขวางไม่ให้ทำ
หรือว่าทำไม่ได้ ให้หยุด ทำไมต้องทำ
ดูเวลาจะนั่งสมาธิภาวนานะมันบังคับไว้หมด
จะนั่งเช้าก็ว่าเช้าเกินไป นั่งภาวนายังไม่เหมาะ
ถ้าสายหน่อยมันก็มีข้อแก้อีกว่านั่งภาวนาสายหน่อยมันร้อน นั่งภาวนาไม่ได้
กลางวันก็ว่านั่งภาวนาไม่ได้ รอให้ถึงกลางคืนก่อน
เมื่อถึงเวลากลางคืนมันก็แก้ไปอีกล่ะ
กลางคืนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยหิว หาเวลาภาวนาไม่ได้
ข้อแก้ตัวเหล่านี้แหละกิเลสในใจมนุษย์ ปุถุชน มันใช้คนเราให้เป็นอยู่อย่างนี้

โดยคุณ : boontisa เมื่อ 31 ต.ค. 2551 : 010:39:03  

ความเห็นที่ 1
ขึ้นชื่อว่ากิเลส ราคะ โทสะ โมหะ แล้ว
ใครตามมันไปเถิดมันจะพาให้ไปเกิดในนรกหมกไหม้ในหัวใจ
เพราะว่ากิเลสความโกรธ ท่านเปรียบอุปมาเหมือนไฟหม้อนรกที่ใหญ่ที่สุด
มันไหม้โลก ไหม้หัวใจของสัตว์อยู่
แล้วมันก็ตามเข้ามาไหม้หัวใจของคนเราผู้ขี้เกียจภาวนา จิตใจไม่สงบระงับ
กิเลสเหล่านี้แหละมันลุกไหม้อยู่ในหัวใจ
ไหม้อยู่ในร่างกายสังขารของบุคคลผู้นั้น
แต่ว่าตัวเองไม่รู้สึก
เพราะว่าไฟมันลุกไหม้แล้ว
ลุกไหม้เต็มกาย ลุกไหม้เต็มจิต เต็มไปด้วยกายวาจาจิต
เมื่อไฟลุกไหม้แล้วมันก็ไม่รู้แล้ว
มันร้อนด้วยกิเลสราคะโทสะโมหะ

โดย boontisa [ 31 ต.ค. 2551 : 010:40:34 ]

ความเห็นที่ 2
พื้นแผ่นดินเขาหนักแน่น
ผู้ใดทำใจให้เหมือนแผ่นดิน
บุคคลผู้นั้นจะนั่งสมาธิภาวนา ก็จิตใจสงบระงับเย็นสบาย
เพราะว่าตั้งใจไว้เหมือนแผ่นดิน
ดูแผ่นดินให้ดี ใครจะทำไร่ไถนา สร้างบ้านเรือนอะไรใส่แผ่นดิน
จะถ่ายอุจจาระปัสสาวะลงแผ่นดิน
แผ่นดินก็ไม่ว่าอะไรเลยทั้งนั้น
หรือใครจะติว่าดินตรงนี้ไม่ดี
เพราะข้าพเจ้าทำไร่ทำนาไม่ค่อยได้ผล ด่าให้ดินดินก็เฉย
นั่นแหละให้ใจเราเฉยเหมือนแผ่นดิน

โดย boontisa [ 31 ต.ค. 2551 : 010:41:52 ]

ความเห็นที่ 3
แม้เราทุกคนเมื่อภาวนาอยู่นี้ ก็ให้ใจใสสะอาด
เราเคยโกรธให้ใครมา เวลานี้เลิกละความโกรธนั้นออกไปให้หมดสิ้น
เราคิดอิจฉาพยาบาทคนอื่นมาแล้วก็ตาม มาถึงเวลาภาวนาให้เพ่งให้เขามีความสุข
ไม่ต้องไปเบียดเบียนกัน
มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายนี้ท่านว่า เป็นเพื่อนเกิดด้วยกัน
เป็นเพื่อนแก่ด้วยกัน
เป็นเพื่อนเจ็บ เพื่อนไข้ เพื่อนตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน
ผู้ใดมีความไม่เบียดเบียนอยู่ในใจของตนได้เมื่อใด เวลาใด
ผู้นั้นท่านว่ามีความสุข

โดย boontisa [ 31 ต.ค. 2551 : 010:47:02 ]

ความเห็นที่ 4
ถ้าจะเอาแค่ การได้ยิน ได้ฟัง
ฟังแล้วก็แล้วไป ไม่เอามาคิด มาอ่าน ก็ยังใช้ไม่ได้
ต้องเอามาเพียรเพ่งพิจารณา ทบทวนไปมา
ตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งบัดนี้ ตั้งแต่บัดนี้ ไปจนถึงเมื่อเกิดขึ้นมา
จนมองเห็นทุกข์ เห็นภัย ในจิตใจของตน
จนมองไม่เห็นที่ไหนว่ามันเป็นสุขสบายขึ้นมา แม้แต่น้อยเท่าปลายเข็ม
มีแต่เรื่องทุกข์ เรื่องยุ่งเหยิงทั้งนั้น
ตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งบัดนี้ก็แย่ หรือแทบตายแล้ว
ตั้งแต่นี้ต่อไปข้างหน้ามันยิ่งแย่ต่อไปอีก

จงรวบรวมเอาดวงจิต ดวงใจ ผู้รู้อยู่ภายในใจของเราเอง มาดูให้รู้แจ้ง ภายในจิต
จงเห็นว่า ชรา พยาธิ มรณะ มันไล่ติดตามอยู่ตลอดเวลา
อีกไม่นานก็จะมาถึงตัวเราแต่ละบุคคลได้
ถ้าไม่รีบเร่งภาวนา ทำความเพียรละกิเลสไว้ก่อน
เราจะเสียใจเมื่อภายหลังว่าอะไรๆ ก็ยังทำได้ไม่เต็มที่
เราจะวิตกวิจารณ์วุ่นวายในจิตใจ


โดย boontisa [ 31 ต.ค. 2551 : 010:48:46 ]

ความเห็นที่ 5
เมื่อใดบุคคลนั้นยังไม่รู้สึกตัว ยังไม่ได้มาบำเพ็ญภาวนา
ยังไม่เห็นทุกข์เห็นโทษเห็นภัยในวัฏฏสงสาร
ยังเข้าใจว่าเป็นของดีวิเศษอยู่อย่างนั้นเอง
ทั้งๆ ที่มันให้เจ็บแสบร้อน ทุกข์โทมนัสคับแค้นแน่นใจอยู่ตลอดกาล
จิตนี้มันก็ไม่เห็น
มันก็เมาอยู่อย่างนั้น
หลงอยู่อย่างนั้นแหละ
ใครจะว่าหลง ว่าไม่ดี จิตอันนั้นมันก็ว่าดีของมัน
ก็ดีนั่นมันดีทุกข์ ไม่ใช่ดีพ้นทุกข์ ดีอยู่ในกองทุกข์
เมื่อดีอยู่ในกองทุกข์จะไม่ให้มันทุกข์มันจะได้อย่างไร

โดย boontisa [ 31 ต.ค. 2551 : 010:50:06 ]

ความเห็นที่ 6
เรื่องการภาวนา เป็นยอดของบารมีทั้งหลาย
เป็นการเสริมสร้างกำลังใจ กำลังปัญญาให้เข้มแข็ง
สามารถต่อสู้เอาชนะกิเลสน้อยใหญ่ได้..

เมื่อไม่รู้จักภาวนา ก็ปล่อยให้พวกกิเลสเป็นเจ้านายผู้บงการการกระทำของตน
ตนก็เลยเป็นทาสของกิเลส
เป็นเหตุให้ทำกรรมไม่ดีสะท้อนเอาความทุกข์ยากมาสู่ตนเอง....

*** จบ ***

คงต้องหายหน้าไปเล็กน้อยค่ะ
เพราะจะต้องไปต่างจังหวัดเกือบ 10 วัน
แล้วจะกลับมาโพสต์ใหม่ค่ะ


โดย boontisa [ 31 ต.ค. 2551 : 010:52:29 ]

Member
105 ศิษย์เก่า และ 35 บุคคลทั่วไป