"สำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มธ." ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์" ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดตั้งและการแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2559
ธรรมเทศนาของหลวงปู่สิม (1)
อันพระธรรม พระวินัย คำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงชี้แจงไว้นั้น
เดี๋ยวนี้ก็ยังมีครบถ้วนทุกส่วนทุกประการ
พระธรรมวินัยคำสอนของพระพุทธเจ้า ได้แก่ พระสูตร พระวินัย พระปรมัตถ์นั้น
ยังมีความเข้มข้นอยู่เหมือนเก่า
เหมือนสมัยพระพุทธเจ้านั้นแหละ
แต่เดี๋ยวนี้พวกเราทั้งหลายมันเป็นคนโรคหัวใจอ่อน
จะนั่งสมาธิภาวนาก็กลัวเจ็บ กลัวไข้ กลัวไม่สบาย กลัวตาย
จะนั่งภาวนาตลอดคืนสักคืนก็ไม่ค่อยไหวกลัวตาย
ใจมันเป็นโรคหัวใจอ่อนมานานแล้ว
ตั้งแต่อเนกชาติก็ไม่แข็งแรงขึ้นมาสักที
จนมานั่งภาวนาที่ถ้ำผาปล่อง มันก็คอยลอดปล่องหนีไปทางอื่น
ไม่สงบระงับตั้งมั่นลงไปในหัวใจ
ฉะนั้น เราท่านทั้งหลาย จึงให้พากันตั้งใจให้มั่น
มั่นขนาดไหน แข็งขนาดไหน
แข็งเท่ากับถ้ำผาปล่อง หินผาแข็งขนาดไหน ใจเราก็ให้แข็งแกร่ง
เวลาตากระทบรูป หูกระทบเสียง จมูกกระทบกลิ่น
ลิ้นกระทบรส กายถูกต้องโผฎฐัพพะ ใจคิดธรรมารมณ์ใดๆ
ให้มีจิตใจอันเข้มแข็ง อย่าได้หลงใหลไปง่ายๆ
ที่แล้วๆ มาใจมันอ่อนแอท้อแท้ ไม่เข้มงวด ไม่เด็ดเดี่ยว ไม่เด็ดขาด
กิเลสราคะกองเดียวก็ละไม่ขาด
กิเลสโทสะกองเดียวก็ละไม่ขาด
กิเลสโมหะกองเดียวก็ละไม่ขาด
นี่คือว่าจิตใจไม่เข้มข้น ไม่แข็งแรง

โดยคุณ : boontisa เมื่อ 14 ต.ค. 2551 : 11:17:06  

ความเห็นที่ 1
จงเตือนจิตใจนี้ว่า
อย่าได้หลงใหลออกไปภายนอก
จิตของตัวเองนี้แหละสำคัญกว่าจิตใจคนอื่น
คนอื่นไม่สำคัญเท่าตัวเราเอง
ตัวเราเองเป็นที่พึ่งของตัวเราเอง
อัตตาหิ อัตตาโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งของตน
คนอื่นจะมาเป็นที่พึ่งได้นั้นเรียกว่าได้นิดหน่อย
สู้ตัวเองพึ่งตัวเองไม่ได้
จิตใจที่เรานึกภาวนาอยู่ ตั้งใจอยู่ในเวลาปัจจุบันเดี๋ยวนี้ เวลานี้
นี้แหละเป็นดวงจิตดวงใจปัจจุบันธรรม ธรรมที่เป็นปัจจุบัน
จะละจะตัดกิเลสอันใดก็ต้องมารวม มาสงบอยู่ในจิตใจดวงปัจจุบันนี้
เมื่อจิตใจผู้รู้อยู่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้แหละสงบ ตั้งมั่น
มีสติความระลึกได้อยู่ในใจ มีจิตใจตั้งมั่น
ชื่อว่าสงบระงับอยู่เป็นปัจจุบัน
จงระวังเรื่องราวอดีตอนาคต เรื่องคนอื่น สิ่งอื่นภายนอก
เมื่อมันกระทบกระเทือนเข้ามา
จิตนี้มักจะลืมดวงจิตดวงใจในเวลาปัจจุบัน
มักจะคิดไปตาม ว่าไปตาม พูดไปตาม
เลยขาดหลักนี้ เมื่อขาดหลักนี้ จิตมันก็เลื่อนลอย
เป็นคนใจเลื่อนลอย ขาดสติสัมปชัญญะ ขาดความตั้งใจเป็นของตัวเอง
ถ้าจิตไม่รู้เท่าทัน มันเป็นทุกข์ขึ้นมา
มันร้อนด้วยกิเลสราคะ โทสะ โมหะ
เพราะไม่ละ ไม่วาง เพราะไม่ภาวนาพุทโธ ให้แน่วแน่มั่นคง
เพราะลืมหลักปัจจุบันธรรม
เป็นธรรมไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน
ถ้าตั้งลงไปสู่หลักปัจจุบัน ในขณะนั้นๆ แล้ว
ไม่ว่าผู้ไหนคนใด ก็ได้ชื่อว่าทันจิตใจของตนได้ทุกเวลา

โดย boontisa [ 14 ต.ค. 2551 : 11:20:18 ]

ความเห็นที่ 2
ส่วนใจคนเราจริงๆ นั้น
ถ้าหากว่าแยกออกจากการยึดถือร่างกายได้แล้ว
มันไม่รู้จักเจ็บไข้ได้ป่วยหรอก
เพราะใจนั้นมันเป็นธาตุนามธรรม มาอยู่อาศัยในรูปขันธ์อันนี้
แล้วก็เข้ามายึดมาแทรกซึมอยู่ในตัว
ก็เข้าใจว่าเป็นตัวเราของเรา
ความจริงมันไม่ใช่ตัวเราของเรา
เพียงแต่มาอาศัยอยู่ในเรือนกายเรือนใจอันนี้เท่านั้น
ร่างกายของเราก็เป็นเรือน เป็นที่อยู่ของใจ
จิตนี้มันมาอาศัยแล้วก็มายึดมาถือเอา
ท่านเปรียบอย่างหนึ่งว่าจิตนี้เหมือนกับตัวเสฉวน หรือว่าหอยในทะเล
ในทะเลมันมีหอยอยู่ชนิดหนึ่ง เขาเรียกว่าตัวเสฉวน คล้ายๆ ปูนี้แหละ
มันคอยไปเอาเปลือกหอยมาเป็นที่กำบังกันภัยอันตรายจากสัตว์ต่างๆ ที่จะมาทำร้ายตัวมัน
ถ้าเราไปเห็นมันไต่ไป
เราก็เข้าใจว่ามันจะติดอยู่ในนั้น
แต่ไม่ใช่มันติด มันมาอาศัยอยู่
ถ้าเราจับมา แล้วเอาไฟจี้ทางตูดมัน
มันจะวิ่งออกมาจากเปลือก
ตัวมันเหมือนปู นั่นเขาให้ชื่อว่าตัวเสฉวน
จิตคนเรานี้ก็เหมือนกัน
เมื่อมันมาอาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์นี้แล้ว
มันก็เหมือนกับว่า เป็นตัวเราของเราจริงๆ
แต่ถ้ามันแก่ หรือว่ามันเจ็บไข้ มันจะแตกจะตาย มันอยู่ไม่ได้แล้ว
ใครจะมาร้องขอให้อยู่ก็ไม่ได้
จะวิ่งหนีออกไปเหมือนตัวเสฉวน
ทิ้งร่างกายอันนี้เอาไว้ เพราะมันใช้ไม่ได้แล้ว

โดย boontisa [ 14 ต.ค. 2551 : 11:25:01 ]

ความเห็นที่ 3
การเจริญภาวนาปฏิบัติบูชาในทางพุทธศาสนานี้
ความจริงคือว่าไม่ได้เอาอะไร
เป็นผู้เสียสละละปล่อยออกไปให้หมดสิ้น
จนไม่ให้จิตใจไปยึดเอา ถือเอา เรื่องราวอะไรเข้ามาภายในจิตใจนี้
ดวงจิตดวงใจจึงจะผ่องใสสะอาด ปราศจากมลทินโทษ
แต่ถ้าจิตใจอันนี้ ออกไปคิดนึกเอาอะไรต่อมิอะไรเข้ามายุ่งเหยิงอยู่ภายในจิตใจ
ไม่เสียสละออกไป
ความทุกข์ ความเดือดร้อนก็ย่อมบังเกิดมีขึ้นในจิตใจ ที่มีความยึดมั่น ถือมั่นนั้น

โดย boontisa [ 14 ต.ค. 2551 : 11:26:29 ]

ความเห็นที่ 4
รูปขันธ์อันนี้มันคือก้อนธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม
เป็นตัวตนชั่วระยะชาติหนึ่งๆ เท่านั้น
อีกไม่นานก็จะจากกันไป
ใครจะมายึดมาถือว่า รูปขันธ์นี้เป็นของเรา เป็นของข้าพเจ้า
ก็ย่อมเป็นทุกข์
เวลามันแก่ก็เป็นทุกข์
เวลามันเจ็บไข้ได้ป่วยมันก็เป็นทุกข์ใจ
เพราะใจมายึดว่าเป็นตัวของเรา
ถ้าหากว่าผู้ใดมาภาวนา ทำความเพียรละกิเลส
ไม่ให้มายึดมั่นถือมั่นในรูปขันธ์ว่า
รูปขันธ์ตัวตนอันนี้นั้นปั้นมาจากธาตุดิน ปฐวีธาตุดิน อาโปธาตุน้ำ เตโชธาตุไฟ วาโยธาตุลม
ธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ไฟ ลมเฉยๆ
จิตเราอย่ามายึดมาถือ
มันเจ็บไข้ได้ป่วยก็ให้รู้เท่าทันว่าเป็นธรรมดาของรูปขันธ์
เขาต้องเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างนี้

โดย boontisa [ 14 ต.ค. 2551 : 11:28:55 ]

Member
105 ศิษย์เก่า และ 35 บุคคลทั่วไป