"สำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มธ." ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์" ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดตั้งและการแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2559
The Great Resignation ปรากฏการณ์คนลาออกหลังโควิด

The Great Resignation
ปรากฏการณ์คนลาออกหลังโควิด
เราต้องวางแผนการเงินยังไง?


โควิดเปลี่ยนวิถีชีวิตคนไปโดยสิ้นเชิง ตอนนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว จะเกิดปรากฏการณ์ “The Great Resignation” คือมนุษย์เงินเดือนจำนวนมหาศาล จะแห่กันลาออกเพื่อหางานใหม่ คำถามคือ “ถ้าเราจะลาออก ควรวางแผนเรื่องเงินยังไง?”

ก่อนอื่นขออธิบายปรากฏการณ์นี้คร่าวๆ ทาง Bankrate บริษัทจัดหางานสัญชาติอเมริกัน เผยผลสำรวจกลุ่มคนทำงาน 5,500 คน พบว่า 56% ของคนทำงานวัย 18-24 ปี ในสหรัฐอเมริกา กำลังวางแผนหางานใหม่ในอีก 1 ปี และถ้ามองย้อนกลับไป เดือน เม.ย.มีคนลาออกจากงานมากกว่า 4 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงสุดในประวัติการณ์ (ต่อมาในเดือน พ.ค.ก็ลาออกอีก 3.6 ล้านคน)

เมื่อมองภาพรวมทั้งโลก พนักงาน 30,000 คนของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ก็มี 41% กำลังคิดจะลาออก ส่วนในอังกฤษและไอร์แลนด์ก็มีการสำรวจพบว่า 38% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เตรียมแผนจะลาออกในอีก 6 เดือน-1 ปีนี้

<สาเหตุที่ลาออกคืออะไร?>
1.ต้องกลับมาเข้าออฟฟิศหลังหมดโควิด

วัฒนธรรมการทำงานแบบใหม่ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศอีกต่อไป แต่ผู้บริหารราว 70% กลับคิดว่าเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น พนักงานจะต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน ขณะที่ 1 ใน 3 ของพนักงาน ไม่ต้องการทำงานในบริษัทที่มีนโยบายนี้ เพราะมันเสียเวลาเดินทาง และเสียความยืดหยุ่นในการทำงาน

2.บริษัทไม่ใส่ใจดูแลในช่วงโควิด

บริษัทที่ไม่ใส่ใจดูแลพนักงานในช่วงโควิด เช่น ประกาศเลิกจ้างทันทีที่มีการระบาด ไม่มีมาตรการความปลอดภัยให้พนักงานด่านหน้า ไม่มีสวัสดิการด้านสุขภาพ ฯลฯ จะทำให้พนักงานอยากลาออกเพิ่มขึ้น 2 เท่า และมองหาโอกาสย้ายไปอยู่บริษัทที่ดูแลพนักงานได้ดี

<ถ้าเราจะลาออก ต้องวางแผนการเงินยังไง?>

1.เตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน

หากตัดสินใจจะลาออก ต้องมั่นใจว่าเรามีเงินออมสำรองมากพอที่จะใช้จ่าย อย่างน้อย 3-6 เดือน เผื่อว่าอยู่ในช่วงที่กำลังหางานใหม่ แต่ทั้งนี้ aomMONEY แนะนำว่า ไม่ควรลาออกโดยที่ยังไม่มีงานใหม่รองรับ เพราะอาจทำให้เครียดกว่าเดิม

2.จัดการกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ถ้าบริษัทที่เราทำงานอยู่ มีสวัสดิการเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็ไม่ควรถอนเงินออกมา แต่ก่อนที่จะลาออกให้จัดการตามข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

➡ คงเงินเอาไว้กับบริษัทเก่า
วิธีนี้เราจะยังได้รับผลประโยชน์จากการลงทุนต่อไป แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการคงเงินไว้ 500 บาทต่อปี

➡ โอนไปกองทุนสำรองฯ ของบริษัทใหม่
หากบริษัทใหม่มีกองทุนสำรองฯ วิธีนี้เราจะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุนฯ และไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการคงเงิน ทั้งยังได้นับอายุสมาชิกอย่างต่อเนื่อง

➡ โอนไปกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF for PVD)
วิธีนี้เราจะยังได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และยังช่วยให้เงินก้อนนี้ได้ลงทุนสร้างผลตอบแทนต่อไป

3.อย่าลืมลงทะเบียนผู้ประกันตน

ถ้าเราจ่ายเงินสมทบประกันสังคมมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เมื่อลาออกก็สามารถลงทะเบียนผู้ประกันตนได้ที่ https://bit.ly/2WOdJks
ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ว่างงาน โดยจะได้รับเงินชดเชยปีละไม่เกิน 90 วัน ในอัตรา 30% ของค่าจ้างเฉลี่ย (คำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: aomMONEY

โดยคุณ : Admin เมื่อ 3 กันยายน 2021 : 19:51:26  

Member
202 ศิษย์เก่า และ 54 บุคคลทั่วไป