"สำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มธ." ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์" ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดตั้งและการแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2559
หยุดรู้ภายใน โดย ก. เขาสวนหลวง (2)
เรื่องการปฏิบัตินี่มันได้อ่านตัวเองเข้ามาหลายชั้นนัก
แล้วก็จับความเป็นมายาภายในตัวเองได้
ที่มันหลอกตัวเองอยู่ซ้ำๆ ซากๆ ว่ามีตัวเรา มีของของเราอยู่นี่ มันเหนียวแน่นนัก
แม้ว่าจะมีความรู้อยู่บ้าง แต่ครั้นแล้วความรู้อย่างนั้นก็เป็นของชั่วคราว
ในที่สุดตกอยู่ในการยึดมั่นถือมั่นอีก เป็นตัวเราของเราอยู่ซ้ำๆ ซากๆ
เรื่องนี้จะคิดอ่านอย่างไรดี ต้องตั้งปัญหาถามตัวเองดูว่า
นี่ปัญหาอย่างนี้มันเป็นปัญหาสำคัญของชีวิตทีเดียว
ล้วนแต่ยังตกอยู่ในสังสารวัฎทั้งนั้น
ที่ท่องเที่ยวรู้อะไรต่ออะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นี่มันจะทำให้หลงงมงายยึดมั่นถือมั่น
อยู่ในเกลียวหมุนอยู่หรือเปล่า ถ้าว่าไม่รู้ตัวอย่างนี้แล้ว
ตลอดชาติก็จะหลงอยู่ในสังสารวัฎเรื่อยไปไม่รู้จักหยุดจักหย่อนเลย
แม้ว่าจะมีสติรู้อยู่ก็ประเดี๋ยวเดียว ประเดี๋ยวก็ไปอีกแล้ว
กลับไปคว้าเอาเรื่องข้างนอกอีกแล้ว ซึ่งมันหลอกตัวเองอยู่เท่าไร
ถ้าไม่ได้มีการอ่านตัวเองในเรื่องนี้ ให้รู้เรื่องบ้างมันก็หลงคลั่งไป บ้าไป เพ้อไป
แล้วมันก็อวดว่ามันรู้ทั้งนั้น
นี่มันหลงอยู่ในตัวของตัวเองอยู่เท่าไร
แล้วก็ไม่รู้สึกอะไร
เพราะฉะนั้นการอยู่ในสังสารวัฎนี้ มันทุกข์แล้วทุกข์อีก แต่ก็ไม่รู้
ก็นึกว่าเป็นสุขสบายจะเอาอะไรหรือคิดอะไรเพลินๆ ไป
พูดเพ้อเจ้อสารพัดอย่าง

โดยคุณ : boontisa เมื่อ 16 พ.ค. 2551 : 010:39:21  

ความเห็นที่ 1
เหตุนี้สามัญชนที่ยังไม่มีการปฏิบัติ
ย่อมไม่สามารถจะตามรอยพระอรหันต์ได้เลย
ถ้าหากว่าได้มีการประพฤติปฏิบัติ ถึงจะเป็นการตามรอยของพระอรหันต์ได้
รู้จักพิจารณาตัวเองและเห็นทุกข์เห็นโทษของการเผลอสติ
ขณะที่ไปยึดมั่นถือมั่นอะไรขึ้นมา
แม้จะพิจารณาอยู่นี่มันก็ นั่ง นอน เป็นต้น
จะต้องมีสติคอยสำรวมระวังอยู่
ถ้าเป็นการปล่อยสติหมดอย่างนี้ก็เท่ากับเป็นคนบ้า ภาษาของธรรมะท่านบอกว่าเป็นคนบ้า
คนหลง พูดอะไรก็เพ้อเจ้อไปตามนิสัยหลงๆ อย่างนั้น
แล้วก็ไม่รู้ตัวหรอกว่าเป็นคนบ้าคนหลง นึกว่า ตัวเป็นคนดี เป็นคนถูก เป็นคนมีสติปัญญา
มันก็ยกย่องตัวเองไปตามประสาคนหลงๆ ด้วยกันนั่นแหละ
ฉะนั้นจงมองตัวเองเข้ามาให้ถึงส่วนลึกนี้
มันจึงจะรู้สึกได้ว่ายังหลงใหลเพลิดเพลินอยู่นี้
มันท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฎ อยู่ในกองทุกข์ทั้งนั้น
แล้วน้ำกิเลสก็ท่วมหัวใจอยู่ แต่ว่ามันไม่รู้สึกไปเอง
เพราะฉะนั้นถ้าไม่ได้คำสอนของพระพุทธเจ้า เอามาสอบมาตรวจแล้ว
จะจมตายอยู่ในน้ำ เหมือนปลาที่อยู่ในน้ำ

โดย boontisa [ 16 พ.ค. 2551 : 14:03:05 ]

ความเห็นที่ 2
จิตใจที่มันชุ่มแช่อยู่ในกองทุกข์ กองกิเลส มากมายเหลือประมาณนัก
ก็ไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย
จึงต้องดิ้นรนกระวนกระวายไป
เหมือนกับปลาที่ชอบว่ายไปตามกระแสน้ำ
ดังนั้นจิตนี้จึงตกอยู่ในกองทุกข์อยู่ทุกขณะก็ว่าได้
แล้วก็ไม่รู้ตัว
เช่นนี้มันน่าสังเวชไหม ว่าการมีชีวิตอยู่ถ้าไม่ได้ปฏิบัติธรรม
แล้วก็เหมือนกับสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง
ที่มีการเวียนว่ายไปในกองทุกข์ สนุกสนานไปกับกองทุกข์ทั้งนั้น
นี่เพราะได้อาศัยธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ทรงประกาศให้รู้แนวทางที่จะออกไปจากทุกข์
ออกจากโลก
โดยจะต้องน้อมเอามาพิจารณาตัวเองให้ละเอียดเข้า
จึงจะรู้สึกได้ว่า ชีวิตที่ตกอยู่ในสังสารวัฎในเกลียวหมุนนี่
มันทุกข์แล้วทุกข์อีก โดยที่ไม่รู้สึกตัว
ทั้งที่กำลังปฏิบัติอยู่ มันก็ยังทะเล้นเข้าไปอยู่ในเกลียวของทุกข์ของกิเลสเลย

โดย boontisa [ 16 พ.ค. 2551 : 14:05:00 ]

ความเห็นที่ 3
แล้วก็ลองคิดดูซิว่า
ถ้ายิ่งไม่มีการปฏิบัติด้วยแล้ว มันจะซ้ำรอยเก่าอยู่เท่าไร
จะว่ายวนเวียน เกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่ในโลกเท่าไร
แล้วมันจะน่ากลัวไหม
ถ้าเป็นความรู้สึกด้วยสติปัญญาพิจารณาเห็นจริง มันจึงจะน่ากลัว
แต่ถ้าไม่มีสติปัญญาแล้ว
มันก็ไม่รู้สึกอะไรเลย
กลับสนุกสนานไปเพลิดเพลินไป กับ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสกายทั้งหมด
แล้วความฉิบหายอย่างใหญ่หลวงมันอยู่ที่นี่เอง
อยู่ที่ความไม่รู้นี่เอง เพราะเพลิดเพลินไปกับ รูป เสียง กลิ่น รส
ถึงจะไม่เป็นการทำอะไรที่เป็นบาปหยาบช้า นั่นมันขั้นหนึ่ง
ทีนี้ที่มันเพลินๆ ไป เพราะความโง่ความหลงนี่ซิ
ตัวนี้แหละเป็นความฉิบหายอย่างใหญ่หลวงละ
เพราะว่าที่ทำบาปหยาบช้านั้นมันก็ยังรู้ง่าย
แต่นี่เป็นการทำประโยชน์
เช่นกับการทำประโยชน์ให้กับคนอื่นได้
แต่ว่าตัวเองนี่มันตกอยู่ในกองทุกข์กองโทษโดยไม่รู้สึกตัว
กลับไปยึดถือว่าเป็นการทำดีทำถูก เป็นคนดี คนถูก
แล้วนี่มันฉิบหายอยู่ในตัวทั้งนั้นนะ
ฉะนั้นความฉิบหายอย่างใหญ่หลวงที่มีอยู่ในสันดานนั้น ตามธรรมดาสามัญสัตว์รู้กันไม่ได้
เพราะเหตุนั้นพระพุทธเจ้าจึงได้จำแนกเอาไว้ละเอียดลออยิ่งนัก
เรื่องข้อปฏิบัติไม่มีใครจะล่วงรู้ได้เลยแม้แต่พระสาวกที่เป็นขั้นพระอรหันต์
ก็ยังแจกแจงเชื้อโรคร้ายภายในจิตใจนี้ไม่ได้ละเอียดเท่ากับพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
เพราะว่าพระองค์เป็นผู้ตรัสรู้มาครบถ้วนแล้ว
ได้ทรงอ่านออกมามากมายแล้ว
แล้วทรงจาระไนกิเลสนี่ตั้งแต่ขั้นหยาบ ขั้นกลาง ขั้นละเอียด ของสามัญสัตว์ได้ครบถ้วน

โดย boontisa [ 16 พ.ค. 2551 : 14:08:22 ]

Member
105 ศิษย์เก่า และ 35 บุคคลทั่วไป